Payment gateway ในไทยมีที่ไหนบ้าง

ถ้ากำลังมองหา Payment Gateway ในไทย สำหรับเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ หรือ WooCommerce ปัจจุบันมีทั้งผู้ให้บริการจากธนาคารและผู้ให้บริการด้านการชำระเงินโดยตรงให้เลือกหลายราย แต่ละเจ้าต่างกันที่ช่องทางรับเงิน ค่าธรรมเนียม การอนุมัติ ระยะเวลารับเงินคืน และความง่ายในการเชื่อมต่อ

บทความนี้จึงเน้นรีวิวเพื่อช่วยคัดตัวเลือก ไม่จัดอันดับว่าเจ้าไหนดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ เพราะ Payment Gateway ที่เหมาะกับร้านขายสินค้าในไทยอาจไม่ใช่ตัวเลือกเดียวกับ SaaS ธุรกิจ Subscription หรือร้านที่มีลูกค้าต่างประเทศ

Editorial, text-free visualization of a Thai online business owner comparing payment gateway choices

Payment Gateway คืออะไร

Payment Gateway คือระบบตัวกลางที่เชื่อมเว็บไซต์หรือแอปของร้านค้ากับผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อรับข้อมูลการชำระเงิน ตรวจสอบรายการ และส่งผลกลับมายังระบบร้านค้า เช่น ชำระสำเร็จ ชำระไม่สำเร็จ หรือรอตรวจสอบ

ช่องทางที่พบได้บ่อย ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรเดบิต Thai QR หรือ PromptPay Mobile Banking e-Wallet Payment Link และการผ่อนชำระ โดยช่องทางที่เปิดใช้จริงจะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ประเภทธุรกิจ เอกสารสมัคร และผลการตรวจสอบร้านค้า

ทำไมต้องใช้ Payment Gateway รับเงินแทนการให้ลูกค้าโอนเอง

  • ลดขั้นตอนตรวจสอบยอดโอน: ระบบส่งสถานะกลับไปยังคำสั่งซื้อได้อัตโนมัติ ลดการเช็กสลิปทีละรายการ
  • ให้ลูกค้าเลือกช่องทางได้มากขึ้น: ลูกค้าอาจต้องการจ่ายด้วยบัตร QR หรือ Wallet ไม่ใช่แค่การโอนเข้าบัญชี
  • ลดความผิดพลาดของคำสั่งซื้อ: ระบบผูกยอดชำระกับ Order ID ช่วยลดปัญหาจ่ายแล้วแต่สถานะยังค้าง
  • รองรับการคืนเงินและรายงาน: ผู้ให้บริการหลายรายมี Dashboard สำหรับตรวจรายการ ยกเลิก และทำ Refund
  • เพิ่มความพร้อมด้านความปลอดภัย: ร้านค้าไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลบัตรของลูกค้าไว้เอง แต่ยังต้องตรวจสอบมาตรฐานและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

สำหรับเว็บไซต์ WordPress มักเชื่อม Payment Gateway ผ่าน WooCommerce ซึ่งช่วยจัดการสินค้า ตะกร้า คำสั่งซื้อ และสถานะการชำระเงิน ดูพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่ WooCommerce คืออะไร และ E-commerce คืออะไร

Payment gateway ในไทยมีที่ไหนบ้าง

รายชื่อด้านล่างคัดจากผู้ให้บริการที่มีข้อมูลบริการสำหรับประเทศไทยหรือมีช่องทางรองรับร้านค้าไทย ควรตรวจสอบราคา เอกสาร และช่องทางที่เปิดใช้ได้กับธุรกิจของคุณจากเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนสมัคร เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนได้

1. Opn Payments (เดิม Omise)

Opn Payments เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเชื่อมต่อผ่าน API หรือระบบที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น SaaS Subscription และร้านค้าออนไลน์ที่มีทีมพัฒนาเอง รองรับการรับชำระเงินหลายรูปแบบในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เหมาะกับ: ทีม Developer ธุรกิจ SaaS ร้านค้า WooCommerce และธุรกิจที่ต้องการออกแบบ Checkout เอง
ควรเช็ก: ค่าธรรมเนียมตามช่องทาง เอกสารสมัคร การรองรับปลั๊กอินที่ใช้อยู่ และเงื่อนไขการรับเงินคืน

2. Xendit Thailand / GB Prime Pay

Xendit Thailand มีช่องทาง Payment Link Plugin และ API รองรับ PromptPay บัตร Mobile Banking และ e-Wallet พร้อมระบบจัดการการคืนเงินและการกระทบยอด โดยมีจุดเด่นสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายไปประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เหมาะกับ: SME ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการหลายช่องทาง และธุรกิจที่วางแผนขายในภูมิภาค
ควรเช็ก: ช่องทางของประเทศไทยที่เปิดใช้ได้จริง ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ และเอกสารสำหรับการสมัคร

3. 2C2P

2C2P เป็นแพลตฟอร์ม Payment ที่เน้นการรองรับช่องทางจำนวนมากในเอเชีย ทั้งบัตร Digital Wallet Alternative Payment Method และการผ่อนชำระ เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณรายการสูงหรือมีการขายข้ามประเทศ

เหมาะกับ: Enterprise Marketplace ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจ Cross-border
ควรเช็ก: รูปแบบราคาแบบเสนอเฉพาะราย ระยะเวลาติดตั้ง SLA และทีมดูแล Integration

4. SCB Payment Gateway

SCB Payment Gateway เป็นบริการจากธนาคารไทยที่รองรับบัตร Thai QR QR Credit Card และ e-Wallet บางประเภท รวมถึง Payment Link และ API สำหรับร้านค้าที่ต้องการระบบรับเงินและการชำระบัญชีผ่านธนาคาร

เหมาะกับ: บริษัทหรือร้านค้าที่ต้องการใช้บริการจากธนาคารและมีเอกสารธุรกิจพร้อม
ควรเช็ก: คุณสมบัติร้านค้า บัญชีรับเงิน ค่าธรรมเนียมแต่ละช่องทาง และค่าพัฒนาระบบที่อาจมี

5. KBank K-Payment Gateway

KBank K-Payment Gateway เป็น Gateway ของธนาคารกสิกรไทยสำหรับรับชำระเงินออนไลน์ โดยมีช่องทางที่เกี่ยวข้องกับบัตร QR และบริการชำระเงินสำหรับร้านค้า การสมัครมักต้องพิจารณาความสัมพันธ์กับธนาคารและคุณสมบัติของธุรกิจ

เหมาะกับ: ธุรกิจที่ใช้ KBank อยู่แล้วหรืออยากได้ผู้ให้บริการจากธนาคาร
ควรเช็ก: เงินประกัน ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาอนุมัติ API หรือ Plugin และวิธี Settlement

6. Bangkok Bank Merchant iPay

Bangkok Bank Merchant iPay รองรับการรับบัตรเครดิตและเดบิตผ่านเว็บไซต์ E-commerce หรือ Mobile Application รวมถึงช่องทางอย่างบัตรหลักและ QR ตามเงื่อนไขของธนาคาร

เหมาะกับ: ธุรกิจที่มีเว็บไซต์และเอกสารการค้าเป็นระบบ ต้องการใช้บริการจากธนาคารกรุงเทพ
ควรเช็ก: เอกสารสมัคร ค่าธรรมเนียม เงินประกัน ค่าแรกเข้า และความช่วยเหลือด้านการเชื่อมต่อ

7. PaySolutions

PaySolutions มีทั้งหน้า Redirect Payment, API, Payment Link, ระบบ Tokenizer และ Recurring Payment จึงเหมาะกับร้านค้าที่ต้องการรับเงินผ่านเว็บไซต์หรือส่งลิงก์ให้ลูกค้าชำระโดยไม่ต้องทำหน้า Checkout เองทั้งหมด

เหมาะกับ: ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจบริการ ร้านที่ขายผ่านแชต และธุรกิจที่มีการเรียกเก็บเงินเป็นรอบ
ควรเช็ก: ช่องทางที่รองรับในแพ็กเกจ ค่าธรรมเนียม Refund และเอกสารสำหรับ Recurring Payment

8. ChillPay

ChillPay ให้บริการ Payment Gateway และ Payment Link พร้อมช่องทางอย่าง Thai QR บัตร และ e-Wallet จุดเด่นคือมีระบบ Dashboard และเครื่องมือสำหรับธุรกิจที่รับเงินจากหลายช่องทาง รวมถึงร้านที่ขายผ่าน Social Commerce

เหมาะกับ: SME ร้านค้าออนไลน์ ร้านบริการ และผู้ขายที่รับออเดอร์จาก Social Media
ควรเช็ก: ค่าธรรมเนียมแบบ Flat Rate หรือรายช่องทาง ระยะเวลาโอนเงิน และ Plugin ที่ใช้กับ WordPress

9. Stripe Thailand

Stripe เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ API ระบบ Subscription Payment Link และการรับชำระจากลูกค้าต่างประเทศ โดยหน้า Pricing ของประเทศไทยระบุรายละเอียดค่าธรรมเนียมบัตรและบริการที่เปิดใช้ ควรตรวจสอบวิธีการชำระเงินท้องถิ่นที่บัญชีของคุณเปิดได้ก่อนเริ่มพัฒนา

เหมาะกับ: SaaS ธุรกิจ Subscription ทีม Developer และธุรกิจที่ขายต่างประเทศ
ควรเช็ก: ค่าธรรมเนียมบัตรไทยและต่างประเทศ การรองรับ PromptPay การถอนเงิน และเงื่อนไข Dispute

10. PayPal Thailand

PayPal Business ช่วยให้ธุรกิจรับเงินผ่านเว็บไซต์ Marketplace ใบแจ้งหนี้ หรือ Payment Request เหมาะกับร้านที่มีลูกค้าต่างประเทศคุ้นเคยกับ PayPal อยู่แล้ว และต้องการเพิ่มตัวเลือกที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ

เหมาะกับ: ธุรกิจบริการ Freelancer ร้านที่ขายต่างประเทศ และธุรกิจที่ออก Invoice ออนไลน์
ควรเช็ก: การยืนยันธุรกิจ ค่าธรรมเนียมถอนเงิน การแปลงสกุลเงิน และนโยบายระงับหรือโต้แย้งรายการ

11. Rabbit Gateway

Rabbit Gateway รองรับ QR บัตรเครดิต บัตรเดบิต PromptPay WeChat Pay และช่องทางอื่นตามที่ระบุบนแพลตฟอร์ม พร้อมระบบรายงานธุรกรรมและการคืนเงิน จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับร้านค้าที่ต้องการช่องทางการชำระเงินในไทย

เหมาะกับ: ร้านค้าไทยที่ต้องการ QR และบัตรในระบบเดียว
ควรเช็ก: วิธีสมัคร Plugin หรือ API ที่ใช้ได้กับ WordPress และเงื่อนไข Settlement ปัจจุบัน

12. LianLian Pay Thailand

LianLian Pay Thailand มีบริการ Payment Gateway สำหรับเว็บไซต์และแอป รวมถึง API SDK และ Plugin สำหรับแพลตฟอร์ม E-commerce จุดเด่นอีกด้านคือบริการที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินจาก Marketplace และลูกค้าต่างประเทศ

เหมาะกับ: ธุรกิจ E-commerce ที่ขายข้ามประเทศและร้านค้าที่ต้องการเชื่อมต่อผ่าน API หรือ Plugin
ควรเช็ก: ประเทศและสกุลเงินที่รองรับ เอกสาร KYC การ Settlement และค่าธรรมเนียมตามช่องทาง

เลือก Payment Gateway เจ้าไหนดี

ให้เริ่มจากรูปแบบธุรกิจและช่องทางที่ลูกค้าใช้จริง ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าธรรมเนียมต่อรายการ เพราะ Gateway ที่ราคาถูกกว่าอาจมีค่าแรกเข้า เงินประกัน ค่าถอนเงิน ค่าแปลงสกุลเงิน หรือค่าพัฒนาระบบเพิ่มเติม

  • ร้านค้าไทยทั่วไป: เปรียบเทียบ Opn Payments Xendit ChillPay PaySolutions และ Gateway จากธนาคาร โดยเน้น PromptPay บัตร และระบบ Refund
  • ธุรกิจที่ต้องการภาพลักษณ์ธนาคาร: ดู SCB KBank หรือ Bangkok Bank และเตรียมเอกสารการค้าให้ครบ
  • ธุรกิจ SaaS หรือ Subscription: พิจารณา Opn Payments Stripe และผู้ให้บริการที่มี API Recurring หรือ Tokenization
  • ธุรกิจ Enterprise หรือ Marketplace: ขอข้อเสนอจาก 2C2P Xendit หรือผู้ให้บริการที่มีระบบ Settlement และ Reporting ตามปริมาณรายการ
  • ขายต่างประเทศ: เปรียบเทียบ Stripe PayPal 2C2P Xendit และ LianLian โดยดูสกุลเงิน การถอนเงิน และต้นทุนแปลงเงิน

เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งบน WordPress หรือ WooCommerce

  1. ตรวจว่ามี Plugin หรือ API ที่รองรับ WordPress และ WooCommerce เวอร์ชันที่ใช้อยู่
  2. ถามว่ารองรับ PromptPay บัตร e-Wallet และการผ่อนหรือไม่
  3. ตรวจค่าธรรมเนียมทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ MDR ต่อรายการ
  4. ตรวจระยะเวลาการโอนเงินเข้า Settlement Account
  5. ทดสอบ Payment Success, Failed, Cancel, Refund และ Webhook ใน Sandbox
  6. ตรวจว่าระบบอัปเดตสถานะ Order อัตโนมัติหรือไม่
  7. อ่านข้อกำหนดธุรกิจต้องห้าม Chargeback และเอกสาร KYC ก่อนสมัคร

สรุป

Payment gateway ในไทยมีทั้งผู้ให้บริการจากธนาคารและผู้ให้บริการ Fintech เช่น Opn Payments, Xendit, 2C2P, PaySolutions, ChillPay, Stripe, PayPal, Rabbit Gateway และ LianLian Pay รวมถึง SCB KBank และ Bangkok Bank Merchant iPay

ถ้าต้องเลือกสำหรับ WordPress หรือ WooCommerce ให้เริ่มจากช่องทางที่ลูกค้าใช้จริง ความง่ายในการเชื่อมต่อ ระบบแจ้งสถานะคำสั่งซื้อ การคืนเงิน และเงินที่ได้รับสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงขอราคาและเงื่อนไขล่าสุดจากผู้ให้บริการอย่างน้อย 2–3 รายก่อนตัดสินใจ

หากต้องการทำเว็บไซต์ E-commerce หรือเชื่อม Payment Gateway เข้ากับ WordPress ควรวางโครงสร้างระบบคำสั่งซื้อ การชำระเงิน และการแจ้งเตือนให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อให้ลูกค้าจ่ายเงินได้สะดวกและทีมงานตรวจสอบรายการหลังบ้านได้ง่าย

Scroll to Top